ทาสกระต่ายมือใหม่หลาย ๆ คนตกหลุมรักในความน่ารัก นุ่มนิ่มของเจ้าขนฟูอย่างเจ้ากระต่ายตัวน้อย จนอยากจะซื้อมาเลี้ยงสักตัว แต่มือใหม่หลาย ๆ คนก็ไม่ค่อยมีความเข้าใจในการเลือกซื้อกระต่าย และหลงเชื่อพ่อค้าแม่ค้าที่หวังขายกระต่ายแคระ ซึ่งบอกเลยว่า กระต่ายแคระไม่มีอยู่จริง กระต่ายที่ถูกขายให้คุณนั่นคือ กระต่ายเด็กต่างหากล่ะ ยิ่งคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่มีความรู้ที่แน่นพอ ก็จะทำให้คุณเลือกซื้อกระต่ายเด็กมาเลี้ยง หากเลี้ยงไม่ถูกวิธีก็จะทำให้กระต่ายเสียชีวิตได้ ในบทความนี้ เราจะมาบอก วิธีเลือกซื้อกระต่าย สำหรับทาสกระต่ายมือใหม่ มีวิธีเลือกยังไงบ้าง เพื่อให้คุณได้เลือกกระต่ายที่ถูกใจ แข็งแรง และอยู่กับคุณไปนาน ๆ

10 วิธีเลือกซื้อกระต่าย สำหรับทาสกระต่ายมือใหม่

วิธีเลือกซื้อกระต่าย กระต่าย

1. ซื้อกระต่ายจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน

การจะซื้อกระต่ายสักตัว คุณต้องรู้จักแหล่งที่มาของกระต่ายที่คุณจะนำมาเลี้ยงด้วย ซึ่งเราแนะนำให้คุณซื้อกระต่ายกับฟาร์มที่ได้รับมาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้กระต่ายที่มีความสมบูรณ์ และแข็งแรง รวมไปถึงคำแนะนำ และบริการหลังการขายจากฟาร์มอีกด้วย

2. กระต่ายต้องมีอายุมากกว่า 45 วันขึ้นไป

หากคุณจะซื้อกระต่ายมาเลี้ยง ต้องเลือกกระต่ายที่มีอายุมากกว่า 45 – 90 วันขึ้นไป เพราะเป็นกระต่ายที่หย่านมแล้ว และไม่เกิดอาการตื่นตกใจกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการย้ายที่อยู่ และอาหาร

3. ดวงตาของกระต่ายต้องมีความสดใส ลืมตาเต็มที่

คุณต้องสังเกตดวงตาของกระต่ายที่คุณจะซื้อให้ดีว่า กระต่ายลืมตาเต็มที่แล้วหรือยัง ดวงตามีประกายสดใสหรือไม่ ในดวงตาต้องไม่มีขี้ตา หรือสะเก็ดแห้ง ๆ เกาะติดบริเวณขอบดวงตา

4. ใบหูมีความสะอาด ไม่มีสะเก็ดแผล และขนหูไม่แหว่ง

ใบหูของกระต่ายต้องมีความสะอาดสะอ้าน ไม่มีสะเก็ดแผล หรือสะเก็ดแห้ง ๆ ติดอยู่บนใบหู และไม่มีขนแหว่ง หรือมีร่องรอยขนร่วง รวมไปถึงบริเวณใบหูต้องไม่มีขี้หู มีตุ่ม หรือมีร่องรอยบาดเจ็บ

สุขภาพกระต่าย

5. จมูกไม่มีน้ำมูก หรือคราบน้ำมูกติด

จมูกต้องไม่มีน้ำมูก เปียกชื้น หรือมีคราบน้ำมูกติด เพราะหากกระต่ายมีน้ำมูก จมูกเปียก หรือมีคราบน้ำมูกติดบริเวณรอบ ๆ จมูก นั่นอาจจะแสดงว่า กระต่ายตัวนั้นกำลังป่วยอยู่

6. ฟันกระต่ายไม่เอียง ไม่ยื่นยาว หรือบิดเบี้ยว

ฟันของกระต่ายนั้น จะยาวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องกินหญ้าที่จะช่วยขัดฟันของกระต่ายให้สั้นอยู่เสมอ ซึ่งหากลักษณะของฟันกระต่ายมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นฟันเอียง ฟันยื่น ฟันยาว หรือฟันบิดเบี้ยว จะทำให้กระต่ายมีปัญหาในการกินอาหารของกระต่าย รวมไปถึงเจ้าของต้องหมั่นพากระต่ายไปตัดฟันทุก ๆ เดือน เพื่อให้ฟันไม่ยาวจนทำให้ปากของกระต่ายเกิดบาดแผล

7. ลำตัวขนาดพอดี ไม่อ้วน หรือผอมจนเกินไป

ลำตัวของกระต่ายบริเวณด้านหลังจะต้องมีเนื้อแน่น ๆ กระดูกสันหลังไม่เห็นเด่นชัดจนเกินไป และต้องมีลำตัวที่มีความสมส่วน ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป

8. เส้นขนไม่เป็นสังกะตัง ไม่มีแผ่นรังแค หรือสะเก็ดแห้ง

กระต่ายที่มีสุขภาพดี เส้นขนจะมีความนุ่มลื่น ไม่แห้งหยาบ ไม่เป็นสังกะตัง ไม่มีแผ่นรังแค หรือมีสะเก้ดแห้ง และเวลาที่ลูบขนของกระต่าย ขนต้องไม่หลุดร่วงง่าย ๆ ยกเว้นช่วงกระต่ายผลัดขน

9. ท้องของกระต่ายต้องไม่มีก้อน หรือแข็งผิดปกติ

ท้องของกระต่ายต้องมีลักษณะนุ่มนิ่ม ไม่มีก้อน หรือแข็งจนผิดปกติ ตลอดจนกระต่ายไม่นั่งขดตัวอยู่ในท่ากกไข่ตลอดเวลา เพราะการนั่นกกไข่ อาจจะเกิดจากการที่กระต่ายไม่สบายได้

10. เท้า และเล็บเท้าของกระต่ายต้องไม่มีเชื้อรา หรือสะเก็ดแผล

เท้าและเล็บเท้าของกระต่ายที่มีความสำคัญในการกระโดด เดิน หรือวิ่ง เช่นนั้นแล้ว หากกระต่ายที่คุณกำลังเลือกอยู่เดินผิดปกติ เดินขาแบะ หรือขาถ่าง หากกระต่ายมีการเดินแปลก ๆ แบบนี้ อาจจะเกิดจากการมีแผลที่ฝ่าเท้า หรือกระดูกมีความผิดปกติก็ได้ และเล็บเท้าของกระต่ายควรมีครบ ไม่ว่าจะเป็นเท้าหน้าข้างละ 5 เล็บ และเท้าหลังข้างละ 4 เล็บ รวมไปถึงซอกเล็บของเท้า จะต้องไม่มีเชื้อรา หรือสะเก็ดแผล

นี่เป็นเพียง 10 วิธีเลือกซื้อกระต่าย สำหรับทาสกระต่ายมือใหม่ ซึ่งเป็นวิธีเลือกกระต่ายเบื้องต้นที่จะช่วยให้คุณได้คัดเลือกกระต่ายที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมย้ายบ้านไปกับคุณ อย่างไรก็ตาม มือใหม่ที่อยากจะนำสัตว์มาเลี้ยงสักตัว ควรจะศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสัตว์นั้น ๆ ให้ละเอียด เพราะสัตว์แต่ละตัวมีการใส่ใจ และดูแลที่แตกต่างกัน คุณจะต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน เพื่อเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของคุณให้ถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับคุณไปนาน ๆ

หลาย ๆ ครั้งที่บางคนมักนำเศษอาหารที่เหลือไปให้สุนัขที่เลี้ยงกิน ซึ่งอาหารของคนนั้นไม่เหมาะสมสำหรับที่จะเอามาเป็นอาหารให้กับสุนัข ไม่เช่นนั้น อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของสุนัขได้ แล้วจะมีอาหารไหนบ้างที่สุนัขกินได้ และมีประโยชน์ด้วย คลิกอ่านเลย