การเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนก็ตาม นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งนอกจากจะเลี้ยงเพื่อช่วยให้เราคลายเหงาแล้ว ยังทำให้สัตว์เหล่านั้นมีบ้าน มีครอบครัว ซึ่งก็คือผู้เลี้ยงเอง แต่การจะเลี้ยงสัตว์หรือรับสัตว์มาเลี้ยงสักตัวนั้น ก็ต้องพิจารณาหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน เพื่อที่ผู้เลี้ยงจะสามารถมอบความรัก การดูแลเอาใจใส่สัตว์เหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสุนัขก็เรียกได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่นำมาเลี้ยงกัน ฉะนั้นวันนี้บทความของkitcheniousจึงจะมาแนะนำ 7 ปัจจัยต้องพิจารณาก่อนนำสุนัขมาเลี้ยง ส่วนจะมีปัจจัยอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

7 ปัจจัยที่ต้องพิจารณา

1.คุณมีลูกหรือไม่

สำหรับปัจจัยแรกที่เราจะควรพิจารณานั่นก็คือ คุณมีลูกหรือไม่ ซึ่งถ้าหากคุณมีลูก ก็ต้องพิจารณาต่อว่าลูกคุณอายุเท่าใด คุณอาจต้องใช้เวลาในการให้ความรู้ลูก ๆ เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติต่อสุนัข นอกจากนั้นคุณยังอาจต้องพิจารณาด้วยว่าสุนัขจะอยู่บริเวณใดถ้าคุณไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลา เนื่องจากไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กอยู่ตามลำพังกับสุนัข เพราะอาจจะทำให้เกิดเหตุที่เราไม่คาดฝันได้ เรื่องนี้จึงเป็นที่เรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

คุณมีลูกหรือไม่

2.คุณมีสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หรือไม่

ซึ่งหากว่าคุณมีสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอยู่แล้วละก็ การนำสุนัขมาเลี้ยงเพิ่ม สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไรกับสมาชิกใหม่ ก่อนนำมาเลี้ยงจึงต้องมีการนำสุนัขไปทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงตัวเดิมก่อน เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นคุ้นเคยกัน

คุณมีสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หรือไม่

3.คุณมีเวลาสำหรับลูกสุนัขหรือไม่

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากๆ คือ คุณมีเวลาสำหรับลูกสุนัขหรือไม่ ซึ่งลุกสุนัขต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก หากคุณเป็นคนที่ไม่มีเวลา ต้องทำงานอยู่ตลอด การนำลูกสุนัขมาเลี้ยงจึงไม่เหมาะกับคุณ เพราะคุณต้องค่อยให้อาหาร ค่อยดูแล และฝึกให้ลุกสุนัขช่วยเหลือและปรับตัวกับบ้านใหม่ให้ได้

คุณมีเวลาสำหรับลูกสุนัขหรือไม่

4.สภาพแวดล้อมในบ้านของคุณปลอดภัยสำหรับสุนัขหรือไม่

สำหรับสภาพแวดล้อมในบ้านของคุณก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากลูกสุนัขยังอ่อนต่อโลกมาก หากมีประสบการณ์ที่ไม่ดีก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาวได้ สภาพแวดล้อมที่ลูกสุนัขอยู่อาศัยจะต้องไม่มีสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวและความรู้สึกไม่สบายใจ และคุณควรให้เวลาเพื่อทำให้ลูกสุนัขปรับตัว ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบตัว และสถานการณ์ต่างๆ เช่น รถยนต์ ลิฟต์ รถไฟ รถรางหรือรถประจำทาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นสายไฟต่างๆ สถานที่ที่ลูกสุนัขอาจเข้าไปติดหรือตกลงมา เช่น หน้าต่าง ระเบียง หรือบันได รวมทั้งสารพิษต่างๆ ที่เก็บไม่มิดชิด เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยาสามัญประจำบ้าน ปุ๋ยเคมี เครื่องมือที่แหลมคม ยากำจัดวัชพืชและยาฆ่าแมลง สิ่งเหล่าก็อาจจะเป็นอันตรายกับลุกสุนัขได้เช่นกัน

สภาพแวดล้อมในบ้านของคุณปลอดภัยสำหรับสุนัขหรือไม่

5.คุณมีสวนหรือไม่

หากคุณมีสวนในบริเวณบ้านก็อาจจะทำให้สวนของคุณพังได้ เนื่องจากลุกสุนัขยังมีความซุกซน อาจจะวิ่งเล่นไปทั่ว อีกทั้งคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารั้วมีช่องโหว่ให้สุนัขแอบหนีออกหรือไม่ หรือดูว่าในสวนมีต้นไม้มีพิษและอันตรายอื่นๆ ที่อาจจะเกิดกับสุนัขของคุณหรือไม่  

คุณมีสวนหรือไม่

6.คุณทำงานเต็มเวลาหรือไม่

การที่คุณทำงานเต็มเวลาก็จะสอดคล้องกับปัจจัยที่คุณจะมีเวลาเพียงพอให้สุนัขของคุณหรือไม่ ซึ่งหากคุณต้องออกไปทำงานข้างนอกทั้งวัน จะสามารถมีคนอื่นมาดูแลสุนัขในช่วงระหว่างวันแทนคุณได้หรือไม่ เพื่อช่วยฝึกเมื่อสุนัขยังเล็กหรือพาไปเดินเล่นและค่อยมีคนให้อาหารและน้ำกับสุนัข

คุณทำงานเต็มเวลาหรือไม่

7.คุณมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลสุนัขหรือไม่

ปัจจัยสุดท้ายที่เรียกได้ว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เลี้ยงต้องใช้จ่ายในเรื่องของอาหารการกิน ค่ารักษาต่างๆ กับสัตวแพทย์ และรวมถึงการอาบน้ำแปรงขนให้กับสุนัขด้วย  

คุณมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลสุนัขหรือไม่

ทั้งหมดนี้คือ 7 ปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณาก่อนนำสุนัขมาเลี้ยง ที่เราได้รวบรวมมาฝากให้กับทุกคนที่กำลังจะนำสุนัขมาเลี้ยง ซึ่งการจะเลียงสัตว์สักตัว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อะไรก็ตาม ผู้เลี้ยงก็ต้องมีการพิจารณาถึงความพร้อมของตัวเอง ว่าจะสามารถดูแลเอาใจใส่สัตว์เหล่านั้นได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการทอดทิ้งสัตวืเลี้ยงเหล่านั้นในอนาคต